← All insightsสงครามอิหร่าน-ดีเซลตึงตัว น้ำมันดีเซลโลกขาดแคลน 1.1 ล้านบาร์เรล

Macro · แปลอัตโนมัติ

สงครามอิหร่าน-ดีเซลตึงตัว น้ำมันดีเซลโลกขาดแคลน 1.1 ล้านบาร์เรล

ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงอิหร่าน ขณะดีเซลตะวันออกกลาง-รัสเซียหายรวม 1.1 ล้านบาร์เรล/วัน กระทบหุ้นพลังงานและเงินเฟ้อ

ตลาดน้ำมันโลกกำลังเผชิญสองแรงกดดันพร้อมกัน ทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาปะทุอีกครั้ง และการหายไปของอุปทานดีเซลในปริมาณที่ประวัติศาสตร์ไม่เคยเห็น สองประเด็นนี้เชื่อมโยงกันโดยตรง เพราะเส้นทางขนส่งและการส่งออกพลังงานของตะวันออกกลางคือจุดที่ทั้งสงครามและตัวเลขอุปทานมาบรรจบกัน

ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง

ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง 7 วันของอิหร่าน และแจ้งกับทีมงานว่าเขาคาดว่าจะเริ่มปฏิบัติการทิ้งระเบิดอิหร่านอีกครั้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน ตามรายงานของ WSJ ข้อเสนอของอิหร่านแลกมาด้วยการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและการกลับมาเจรจานิวเคลียร์ หากสหรัฐยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน แต่ทรัมป์ยังไม่เชื่อว่าอิหร่านจะทำตามข้อเรียกร้อง และมองว่าการรื้อฟื้นแคมเปญทิ้งระเบิดเป็นเรื่องที่มีโอกาสสูง วันนี้เข้าสู่วันที่ 209 ของสงครามอิหร่าน

ดีเซลหายไป 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ด้านอุปทาน ประมาณการจากหลายสำนักชี้ทิศทางเดียวกันว่า ดีเซลจากตะวันออกกลางลดลงเฉลี่ยระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิงหาคม 2026 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 โดย Vortexa ประเมินที่ -835,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่ Kpler อยู่ที่ -750,000 และ Energy Aspects อยู่ที่ -733,000 บาร์เรลต่อวัน ค่าเฉลี่ยประมาณการจึงอยู่ที่ราว -772,667 บาร์เรลต่อวัน ฝั่งรัสเซียก็ไม่ต่างกัน Vortexa ประเมินดีเซลลดลง -377,000 บาร์เรลต่อวัน Kpler -361,000 และ Energy Aspects -307,000 บาร์เรลต่อวัน ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ราว -348,333 บาร์เรลต่อวัน เมื่อรวมสองภูมิภาคเข้าด้วยกัน ตัวเลขอุปทานดีเซลที่หายไปอยู่ที่ประมาณ 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

รัสเซียซ้ำเติมด้วยการห้ามส่งออก

แรงกดดันเพิ่มขึ้นอีกชั้นเมื่ออุปทานดีเซลของรัสเซียดิ่งลง -615,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบปีต่อปี เฉลี่ยในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม หลังจากรัสเซียประกาศห้ามส่งออกดีเซล มาตรการนี้ทำให้ปริมาณที่หายไปจากตลาดโลกไม่ได้กระจายตัว แต่กลับทับซ้อนกับปัญหาจากตะวันออกกลางพอดี

ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่อพอร์ตลงทุน

ดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักของขนส่งสินค้า ภาคเกษตร และอุตสาหกรรมหนัก การขาดแคลนในระดับนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของราคาน้ำมันดิบ แต่ส่งผ่านไปยังต้นทุนโลจิสติกส์และเงินเฟ้อได้กว้างกว่า สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐ (S&P 500) ผลกระทบมักกระจายไม่เท่ากัน กลุ่มพลังงานอาจได้อานิสงส์จากส่วนต่างราคา ขณะที่กลุ่มที่ต้นทุนเชื้อเพลิงสูงจะเผชิญแรงกดดันด้านกำไร

ประเด็นที่ต้องจับตา

นักลงทุนควรติดตามสามเรื่องพร้อมกัน คือ ท่าทีของทรัมป์ต่ออิหร่านหลังการเลือกตั้งกลางเทอม ตัวเลขอุปทานดีเซลจาก Vortexa, Kpler และ Energy Aspects ว่าจะปรับไปในทิศทางใด และนโยบายห้ามส่งออกของรัสเซียว่าจะต่ออายุหรือผ่อนลง ทุกตัวแปรเหล่านี้ล้วนกระทบสมดุลอุปทาน-อุปสงค์ของตลาดน้ำมัน และสะท้อนผ่านการประเมินมูลค่าของหุ้นที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงาน

เรียบเรียงอัตโนมัติจากหลายโพสต์: @KobeissiLetter, @KobeissiLetter — ความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน