
Macro · แปลอัตโนมัติ
Fed ขึ้นดอกเบี้ยกับสถิติ 9 ใน 10 รอบที่หุ้นสหรัฐยังบวก
ย้อนสถิติ Fed ขึ้นดอกเบี้ย 9 ใน 10 รอบ หุ้นสหรัฐยังให้ผลตอบแทนบวกเฉลี่ย 8.56% ในปีถัดมา พร้อมมุมมองกลยุทธ์เทรดแบบมีระบบอย่าง Darvas Box
สองประเด็นที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกันกำลังเชื่อมโยงกันในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอนนี้ คือคำถามว่าเฟด (Fed) กำลังเข้าสู่รอบขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ และนักลงทุนจะรับมือกับความผันผวนรอบใหม่ด้วยเครื่องมืออะไร ข้อมูลจาก TrendSpider ชี้ว่าตลาดเคยผ่านสถานการณ์แบบนี้มาหลายครั้ง และผลลัพธ์ในอดีตไม่ได้เลวร้ายอย่างที่หลายคนกังวล
สถิติที่บอกว่าการขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้จบรอบบวกเสมอไป
TrendSpider ระบุว่าการเริ่มรอบขึ้นดอกเบี้ยของเฟดแทบไม่เคยทำให้การ rally ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ จบลง โดยใน 10 รอบล่าสุด มีถึง 9 รอบที่ดัชนีให้ผลตอบแทนเป็นบวกในปีถัดไป และค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนอยู่ที่ +8.56% ตัวเลขนี้ถูกดันขึ้นอย่างมากจากรอบปี 1997 ซึ่งเป็นช่วงที่ยุคดอตคอมกำลังเร่งตัว นี่คือตัวอย่างของการกระจายตัวของผลตอบแทน (การกระจายตัวของผลตอบแทน) ที่ค่าเฉลี่ยเพียงตัวเดียวอาจทำให้ภาพผิดเพี้ยนได้
สิ่งที่สถิติแบบนี้บอกได้จริงคือ "ฐานความน่าจะเป็น" ไม่ใช่คำรับประกัน เพราะอดีต 10 ตัวอย่างเป็น sample ขนาดเล็ก และการขึ้นดอกเบี้ยแต่ละรอบมีบริบทต่างกัน ทั้งระดับเงินเฟ้อ อัตราการว่างงาน และการประเมินมูลค่า (valuation) ของตลาดในขณะนั้น นักลงทุนจึงควรใช้ตัวเลขนี้เป็นกรอบอ้างอิง ไม่ใช่สัญญาณซื้อ
ทำไมค่าเฉลี่ย +8.56% ต้องอ่านควบคู่กับ Outlier
ค่าเฉลี่ยที่ถูกดึงขึ้นจากปี 1997 สะท้อนว่าผลลัพธ์ของแต่ละรอบห่างกันมาก การกระจายตัวสูงหมายความว่าการคาดหวังผลตอบแทนใกล้ค่าเฉลี่ยทุกครั้งเป็นเรื่องเสี่ยง ในทางปฏิบัติ นักลงทุนอาจต้องมองทั้งกรณีที่ตลาดไปต่อและกรณีที่ตลาดย่อ เพื่อเตรียมการปรับสมดุลพอร์ต (การปรับสมดุลพอร์ต) ล่วงหน้า
มุมมองรวมของนักวิเคราะห์ (มุมมองรวมของนักวิเคราะห์) ในตลาดตอนนี้ยังแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งมองว่ากรอบการขึ้นดอกเบี้ยเป็นสัญญาณของเศรษฐกิจที่แข็งแรง อีกฝั่งกังวลว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะกดดันการประเมินมูลค่า โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่ราคาวิ่งไปไกลแล้ว
Darvas Box กับแนวคิดเทรดแบบมีระบบ
อีกด้านหนึ่ง TrendSpider นำกลยุทธ์ของ Nicholas Darvas กลับมาใช้ โดย Darvas เคยเปลี่ยนพอร์ต 10,000 ดอลลาร์เป็นมากกว่า 2 ล้านดอลลาร์ด้วยกลยุทธ์ที่เรียบง่าย หลักการคือรอให้ราคาสร้างกรอบสะสมตัว แล้วเข้าซื้อเมื่อราคาเบรกออกจากกรอบ พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนชัดเจน
TrendSpider พัฒนาเครื่องมือให้คัดกรองหุ้น (คัดกรองหุ้น) ทั้งดัชนีเพื่อหาหุ้นที่กำลังตั้งกรอบ หุ้นที่เพิ่งเบรกเอาต์ หรือหุ้นที่เพิ่งเบรกดาวน์ได้ในไม่กี่วินาที จุดขายของแนวทางนี้คือการลดการตัดสินใจตามอารมณ์ และหันมาอาศัยระบบที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจน
สองเรื่องนี้เชื่อมกันตรงไหน
เมื่อมองรวมกัน ทั้งสองประเด็นชี้ไปที่คำถามเดียวกัน คือในสภาวะตลาด (สภาวะตลาด) ที่นโยบายการเงินกำลังเปลี่ยน นักลงทุนจะจัดการความเสี่ยงอย่างไร สถิติของเฟดบอกว่าโอกาสยังมี แต่การกระจายตัวของผลตอบแทนที่กว้างหมายความว่าการเลือกหุ้นรายตัวและจังหวะเข้าออกมีน้ำหนักมากขึ้น
นั่นทำให้เครื่องมืออย่าง Darvas Box มีเหตุผลในเชิงปฏิบัติ เพราะช่วยให้มีกรอบสำหรับตัดสินใจทั้งขาเข้าและขาออก แทนที่จะพึ่งการคาดเดาทิศทางดัชนีเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ใดก็ตามที่ผ่าน Backtest (ทดสอบย้อนหลัง) มาแล้ว ยังต้องผ่านบททดสอบของตลาดจริง ซึ่งสภาพคล่องและพฤติกรรมของหุ้นแต่ละตัวอาจต่างจากอดีต
สิ่งที่ต้องจับตา
ประเด็นที่ต้องติดตามคือทิศทางนโยบายของเฟดในรอบถัดไป และว่าผลตอบแทนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะยังสอดคล้องกับสถิติ 9 ใน 10 รอบหรือไม่ ขณะเดียวกัน นักลงทุนที่สนใจแนวทางเทรดแบบมีระบบควรทำความเข้าใจว่ากลยุทธ์ Darvas อาศัยวินัยในการตัดขาดทุนเป็นหัวใจ ไม่ใช่การคาดหวังผลตอบแทนก้อนโตในครั้งเดียว
ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเชิงสถิติและเครื่องมือวิเคราะห์ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรประเมินความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
เรียบเรียงอัตโนมัติจากหลายโพสต์: @TrendSpider, @TrendSpider — ความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
Commentary, not investment advice.