
Macro · แปลอัตโนมัติ
ปริมาณการซื้อขายออปชันสหรัฐลดลง สัญญาณรอคอย Catalyst ใหม่
ปริมาณการซื้อขายออปชันหุ้นสหรัฐลดลงต่อเนื่อง โดย call volume ต่ำสุดตั้งแต่พ.ค. และ put volume ต่ำสุดตั้งแต่ก.พ. ขณะที่อัตราส่วน call/put สูงสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนนักลงทุนรอปัจจัยใหม่
ปริมาณการซื้อขายออปชันในตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันและรายย่อยต่างชะลอการทำธุรกรรม รอคอยปัจจัยใหม่ๆ ที่จะกำหนดทิศทางตลาด ข้อมูลจาก Kobeissi Letter ระบุว่า ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 5 วันของปริมาณการซื้อขาย Call Option (สิทธิ์ซื้อ) ลดลงเหลือประมาณ 6.6 ล้านสัญญา ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ขณะที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 5 วันของปริมาณการซื้อขาย Put Option (สิทธิ์ขาย) ก็ลดลงเหลือประมาณ 5.3 ล้านสัญญา ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
สถานการณ์ตลาดออปชันล่าสุด
ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าปริมาณการซื้อขาย Call ลดลง 1.7 ล้านสัญญา หรือประมาณ 20% นับตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม ขณะที่ Put ก็ลดลงในระดับใกล้เคียงกัน การชะลอตัวของทั้งสองฝั่งบ่งชี้ว่านักลงทุนไม่มีความมั่นใจพอที่จะเปิดสถานะใหม่ๆ และกำลังรอทิศทางที่ชัดเจนจากปัจจัยมหภาค เช่น การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หรือรายงานเงินเฟ้อ
ความหมายต่อตลาดหุ้น
แม้ปริมาณการซื้อขายจะลดลง แต่อัตราส่วน Call ต่อ Put (Call-to-Put Ratio) กลับปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 1.25 เท่า ซึ่งใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยอัตราส่วนนี้เคยสูงกว่านี้เพียง 11% ของเวลาทั้งหมดนับตั้งแต่ปี 2010 อัตราส่วนที่สูงขึ้นอาจบ่งชี้ว่านักลงทุนยังคงมองหาการ upside มากกว่าการป้องกัน downside แต่ก็อาจเป็นเพียงเพราะ Put ถูกลดความน่าสนใจลงมากกว่า
สิ่งที่ต้องจับตา
การที่ปริมาณการซื้อขายออปชันลดลงพร้อมกับอัตราส่วนที่สูง อาจเป็นสัญญาณของความไม่แน่นอน นักลงทุนจำนวนมากเลือกที่จะรอความชัดเจนก่อนเข้าสู่ตลาด ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟด ฤดูกาลรายงานผลประกอบการ และความเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการซื้อขายครั้งใหญ่ในระยะถัดไป
เรียบเรียง/แปลอัตโนมัติจากโพสต์ของ @KobeissiLetter — ความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
Commentary, not investment advice.