
Macro · แปลอัตโนมัติ
Private Credit เริ่มแตกร้าว BDC หนี้เสียสูงสุดรอบ 9 ปี
Non-accrual ของ BDC ใหญ่ 20 รายพุ่ง 2.8% สูงสุดตั้งแต่ 2017 ขณะที่ net funding ติดลบ 3 ไตรมาสติด วิกฤต private credit กำลังขยายตัว
สัญญาณความตึงเครียดในอุตสาหกรรม private credit (สินเชื่อเอกชน) ของสหรัฐเริ่มชัดเจนขึ้น หลังข้อมูลล่าสุดชี้ว่า สัดส่วนเงินกู้ที่ถูกจัดเป็น non-accrual (เงินกู้ที่หยุดรับรู้ดอกเบี้ย) ของบริษัทพัฒนาธุรกิจ (BDC) ที่จดทะเบียนขนาดใหญ่ 20 ราย เพิ่มขึ้น 0.8 จุดเปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 2 ปี 2026 มาอยู่ที่ระดับมัธยฐาน 2.8% ของต้นทุน ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2017
BDC คือบริษัทจดทะเบียนที่ให้กู้ยืมแก่ธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง และธุรกิจที่ประสบปัญหาในสหรัฐ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงตลาด private credit ได้ การเพิ่มขึ้นของ non-accrual หมายความว่า สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของผู้กู้ในตลาดนี้เริ่มหยุดชำระหนี้ หรือมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระ
Net funding ติดลบ 3 ไตรมาสติด
อีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความเปราะบาง คือ ตัวเลข net funding (เงินทุนใหม่สุทธิ) ของ BDC จดทะเบียนขนาดใหญ่ 12 ราย ซึ่งคำนวณจากเงินทุนที่ให้กู้ใหม่หักด้วยมูลค่าเงินลงทุนที่ได้รับคืนหรือขายไป อยู่ที่ -2.5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ปี 2025 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบอย่างน้อย 2.5 ปี และนับเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันที่ net funding ติดลบ
Default พุ่งเป็นประวัติการณ์
ขณะที่ Fitch Ratings เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อัตราการผิดนัดชำระ (default) ของ private credit พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนกรกฎาคม สะท้อนว่าความเสี่ยงในตลาดมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์แห่งนี้กำลังขยายวงกว้างขึ้น
สิ่งที่น่าจับตา
ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า คุณภาพสินเชื่อในตลาด private credit กำลังเสื่อมลงอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนควรติดตามว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีนโยบายอย่างไร ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่สูง ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของภาคเอกชน รวมถึงผลกระทบต่อเนื่องที่อาจเกิดกับสถาบันการเงินและตลาดการเงินโดยรวม
เรียบเรียง/แปลอัตโนมัติจากโพสต์ของ @KobeissiLetter — ความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
Commentary, not investment advice.